เรเน่ ฮิกิต้า : ชายผู้ยอมไม่ไปฟุตบอลโลก

30/09/2019 Admin Official 382 views

เรเน่ ฮิกิต้า : ชายผู้ยอมไม่ไปฟุตบอลโลก

หากเปรียบเทียบชีวิตของเอสโคบาร์เป็นเหรียญ 1 เหรียญ ที่มีด้านดีและด้านเลว เรเน่ ฮิกิต้า ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติโคลอมเบียก็เปรียบได้กับชายผู้โยนเหรียญนั้นหงายออกมาแต่ด้านดีทุกครั้ง

เรเน่ ฮิกิต้า

มีเพียง 1 เดียวเท่านั้นที่แตกต่าง เขาคนนั้นคือ เรเน่ ฮิกิต้า ผู้รักษาประตูที่ไม่เชื่อในการเล่นแบบเพลย์เซฟ ทว่าติดอยู่อย่างเดียวคือเขาบ้าระห่ำเกินไป ในยุคของเขาอาจจะมีประตูที่ใช้เท้าได้ดีอย่าง ฮอร์เก้ คัมโปส ของ เม็กซิโก และ โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ของ ปารากวัย แต่ทั้ง 2 คนนี้ ไม่ระห่ำถึงขั้นเลี้ยงบอลล็อกหลบผู้เล่นคู่แข่งไปถึงกลางสนามเหมือนกับ ฮิกิต้า แน่นอน

ฮิกิต้า เองก็เป็นหมองูที่ตายเนื่องจากว่างูสำหรับประเด็นนี้ จากศึกบอลโลก 1990 ที่เขาติดกลุ่มชาติ โคลอมเบีย และก็พาทีมไปสู่รอบ 16 กลุ่มในที่สุดได้เสร็จ ในเกมรอบดังที่กล่าวถึงมาแล้ว โคลอมเบีย เจอกับ แคเมอรูน รวมทั้งพวกเขามีภาษีดีมากกว่า แต่ในที่สุด ฮิกิต้า ก็เชื่อมั่นเกินความจำเป็น เขาเพียรพยายามจะเลี้ยงบอลผ่าน โรเจอร์ ไม่ลล่า ดาวยิงของกลุ่มหมอปราบผี ซึ่งมันไม่เป็นผลสำเร็จ และก็การพลาดคราวนั้นก็ลงเอยด้วยการเสียประตูแล้วก็ โคลอมเบีย ก็ไม่เข้ารอบไป

ตัวของ ฮิกิต้า เองมิได้วิตกกังวลกับความบกพร่องที่เกิดขึ้น เขารับผิดแม้กระนั้นจะไม่แปลงสไตล์ของตนเองแน่ ซึ่งในอีก 5 ปีถัดมา ฮิกิต้า ก็โชว์ลีลาท่าทางเซฟประตูด้วยท่า "สกอร์เปี้ยน คิก" หรือผู้กระทำระกระโดดไปด้านหน้าและก็เอาสองขาข้างหลังดีดลูกฟุตบอล ลักษณะเดียวกันกับการตวัดหางจู่โจมศัตรูของแมงป่อง ในเกมกับกลุ่มชาติอังกฤษ ซึ่งท่าดังที่กล่าวถึงมาแล้วทำให้ทั่วโลกจำเขาได้ดิบได้ดีเพิ่มขึ้นอีก

"เดอะ สกอร์เปี้ยน คิก จะผิดเอาอย่างแน่ ในอนาคตจะไม่มีผู้เฝ้าประตูคนไหนกันแน่กล้าทำอะไรเสี่ยงๆแบบที่ผมทำ พวกเขาเลือกจะเล่นกับของกล้วยๆและก็เน้นย้ำที่ความปลอดภัยมากยิ่งกว่า" ฮิกิต้า กล่าว ถึงแม้แม้มองภาพช้าชัดๆก็จะมีความคิดเห็นว่า เจ้าตัวสามารถทำ สกอร์เปี้ยน คิก ได้แบบไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจอะไร เพราะเหตุว่านักฟุตบอลกลุ่มสิงโตขู่คำรามล้ำหน้าไปก่อนนั้นแล้ว

การเป็นผู้เฝ้าประตูที่โฉบเฉี่ยวทำให้โลกจำ ฮิกิต้า ได้แจ่มแจ้ง ชาวโคลอมเบีย ชอบอกชอบใจที่นักฟุตบอลในกลุ่มชาติของพวกเขาดังในระดับนานาชาติ พวกเขากระหยิ่มใจในตัว ฮิกิต้า ตราบจนกระทั่งวันหนึ่งที่ตัวของนายทวารจอมระห่ำดันกล่าวต่อหน้าต่อตาสื่อว่าเขาเป็นคนของ เอสวัวบาร์ รวมทั้งคิดว่ามิตรภาพของพวกเขาไม่ใช่เรื่องไม่ถูกกฎหมาย

เมื่อนั้นกระแสของชาว โคลอมเบีย ก็แปรไป เพราะเหตุว่าโคลอมเบียทั่วประเทศไม่ใช่ เมเดยีน มีคนอีกไม่น้อยที่ชัง เอสวัวบาร์ ด้วยเหตุนี้ ฮิกิต้า ก็เลยถูกคิดว่าเป็นนักฟุตบอลที่ไม่ควรเป็นความกระหยิ่มใจของประเทศอีกต่อไป

"เอสวัวบาร์ โมเดล" เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความถูกต้องแน่ใจ ทุกคนทราบดีว่าเขามีเงินมีทองจากการค้าโคเคนแล้วก็ทำเรื่องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตำรวจทุกหนทุกแห่งโดยยิ่งไปกว่านั้นประเทศสหรัฐอเมริกาปรารถนาจับกุมตัวเขา เว้นเสียแต่ 1 เมืองใหญ่ที่โคลอมเบียที่ชื่อว่า "เมเดยีน" นครที่สลัมที่มี ขว้างโบล เอสวัวบาร์ เป็นพระผู้เป็นเจ้าที่นั่งอยู่ในหัวใจของมนุษย์ในเมือง

เอสวัวบาร์ แปลงเป็นขวัญใจด้วยแนวทางที่เรียกว่า "เงินต่อเงิน" เขาเอาเงินจากวิธีขาย โคเคน ส่งออกไปดังที่ต่างๆกลับเข้ามาเพื่อมอบให้กับชาว เมเดยีน เหมือนกับตนเองเป็นโรบินฮู้ด เขาบริจาคเงินให้โรงหมอเพื่อคนเจ็บ และก็สร้างสถานศึกษาให้กับเด็กๆในพื้นที่ได้ได้โอกาสเรียนหนังสือ ด้วยเหตุดังกล่าวถึงแม้ว่าจะเขาจะเหลวแหลกขนาดไหนแม้กระนั้นในสายตาชาวโลกก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่ชาวเมเดยีนมอบให้กับ เอสวัวบาร์ ได้

เหตุผลที่ เอสวัวบาร์ "คืนผลกำไรให้สังคม" นั้นมันเกิดเรื่องซึ่งสามารถรู้เรื่องได้อย่างไม่ยากเย็นเนื่องจากว่าเขาเองเคยผ่านจุดที่ไม่มีจะกินมาก่อน เขาเกิดขึ้นมาพร้อมทั้งความอัตคัดแล้วก็เมื่อท้องร้องจนถึงเกินขัดขวาง เขาไม่มีวันเลือกอื่นนอกเหนือจากการที่จะเดินทางสายดำเพื่อเลี้ยงตัวให้พอเพียงยาไส้ แต่เมื่อยิ่งทำยิ่งเข้าทีในที่สุดมันก็เปลี่ยนเป็นตัวตนของเขาไปโดยปริยาย

จากเพียงแค่เคยลักขโมย จนกระทั่งลักพาตัว ขว้างโบล เอสวัวบาร์ และก็ โรกางร์โต้ พี่ชายของเขาช่วยเหลือกันสร้างโครงข่ายผู้ร้ายที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโคลอมเบีย รู้สึกตัวอีกครั้ง "กลุ่มเมเดยีน" เป็นกลุ่มที่ถือส่วนแบ่งกิจการค้าโคเคนสูงถึง 80% ในอเมริกา โดยมีเมืองฟลอริดาเป็นจุดกระจัดกระจายผลิตภัณฑ์สำคัญ ซึ่งประเมินว่าราคาของธุรกิจทั้งปวงนั้นมากถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา อย่างยิ่งจริงๆ

ด้วยอำนาจที่เปี่ยมล้นและก็เงินที่ใช้มากแค่ไหนก็ไม่หมด เอสวัวบาร์ เริ่มกระทำตามความฝันของตนเองเนื่องด้วยเขาเป็นผู้ที่ชอบใจบอลมากมาย ด้วยเหตุดังกล่าวเขาก็เลยได้สร้างสนามฟุตบอล ณ จุดศูนย์กลางสลัมของ เมเดยีน ไม่ใช่แค่สนามเดียว แต่ว่าเขาสร้างมันไปเรื่อยมีตรงไหนว่างตรงนั้นควรจะมีสนามฟุตบอล

"เอสวัวบาร์ เน้นไปที่การคืนผลกำไรให้สังคม ในบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเรา พนันกีฬาออนไลน์ เป็นเสมือนแสงไฟในชีวิตแล้วก็ในโลกของบอลอย่างแท้จริง" ลุซ มาเรีย น้องสาวของ เอสวัวบาร์ กล่าวรับรอง

จุดเริ่มแรกความเชื่อมโยงของ ฮิกิต้า กับ เอสวัวบาร์ เริ่มจากเรื่องจิ๊บจ๊อยๆนี้นี่เอง นอกเหนือจาก เอสวัวบาร์ จะสร้างสนามฟุตบอลแล้ว เขายังให้การช่วยเหลือสมาพันธ์บอลอาชีพด้วย โน่นเป็นชมรม แอตเลว่ากล่าวโก ทุ่งนาสิอองทุ่งนาล รวมทั้ง อินดิเพนเดนเต เมเดยีน ซึ่งอีกทั้ง 2 กลุ่มที่เป็นคู่แข่งประจำเมือง เมเดยีน นับว่าเป็นกลุ่มระดับหัวแถวของประเทศ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรด้วยเหตุว่าเรื่องของเงินลงทุนนั้น เอสวัวบาร์ ไม่เคยกลั้นกับเรื่องเหล่านี้แม้แต่น้อย

เรเน่ ฮิกิต้า

"เงินที่ได้จากการค้าขายสารเสพติด ถูกประยุกต์ใช้ในบอล มันทำให้ตอนนั้นพวกเราสามารถดึงนักฟุตบอลฝรั่งฝีเท้าดีเข้ามาสู่กลุ่มได้" ฟรานซิสโก มาตูราน่า สมัยก่อนผู้จัดการทีมฟุตบอลของ ทุ่งนาสิอองทุ่งนาล ในตอนระหว่างปี 1987-1990 กล่าวไว้ใน สารคดี The Two Escobars

ตัวของ เรเน่ ฮิกิต้า ลืมตามองโลกเวลาที่ต่อเนื่องกันกับจุดพีกในชีวิตผู้ร้ายของ เอสวัวบาร์ พอดิบพอดีรวมทั้งมันพอเหมาะพอเจาะมากมายที่ถิ่นกำเนิดของ ฮิกิต้า เป็น เมเดยีน ใช่แล้วทั้งคู่คนเป็นคนพื้นเพเดียวกัน แล้วก็เอสวัวบาร์ใจดีกับชาวเมเดยีนที่สุจริตกับเขาเสมอ ซึ่งแน่ๆว่า ฮิกิต้า ก็เป็นเลิศในนั้น

"สำหรับ ขว้างโบล นักฟุตบอลไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ แม้กระนั้นเป็นเพื่อน มันมีค่ามากยิ่งกว่าทรัพย์สิน เขาอยากได้ให้นักฟุตบอลทุกคนเป็นสุข" มาตูราน่า ซึ่งยังเป็นผู้ฝึกสอนกลุ่มชาติโคลอมเบีย ชุดบอลโลกปี 1994 ด้วย เอ๋ยถึงความข้องเกี่ยวของ เอสวัวบาร์ กับนักฟุตบอลของเขา

ด้าน ฮิกิต้า เติบโตมาพร้อมกับสนามฟุตบอลที่ เอสวัวบาร์ สร้าง แล้วก็การเป็นนักเตะที่มีความรู้และความเข้าใจก็เลยทำให้เขาเป็นคนโปรดของ กลุ่มเมเดยีน รวมทั้งได้รับการโอ๋การเอาอกเอาใจเสมอ โดยยิ่งไปกว่านั้นกับ โรกางร์โต้ เอสวัวบาร์ พี่ชายที่เป็นมือขวาของราชาที่โคเคน

"ผมเป็นเพื่อนกับ ขว้างโบล ซึ่งก็รู้จักกันในระดับหนึ่ง เนื่องจากว่าผู้ที่สนิทกับผมที่สุดเป็น ดอน โรกางร์โต้ เอสวัวบาร์" ฮิกิต้า เอ๋ยถึงจุดกำเนิดที่ทำให้เขาเข้าไปพันพัวกับกลุ่มเมเดยีนแบบหลีกเลี่ยงมิได้ ด้วยเหตุว่าเมื่อเข้าไปอยู่จุดนั้นแล้วเขาได้รับสิทธิพิเศษเยอะมาก แม้ว่าจะทราบดีว่าเป็นการรับใช้คนที่ทำผิดกฎหมายแม้กระนั้นผลตอบแทนมันก็หอมหวานเกินกว่าจะต้าน

อย่างไรก็ดีงานฉลองย่อมมีวันเลิกรา ภายหลังจากไปสู่สมัย '90s เอสวัวบาร์ โดนชาวโคลอมเบียบีบคั้นหนักจากสถานะการณ์ที่เขาสั่งระเบิดเรือบินการค้าขายรวมทั้งทำให้คนบริสุทธิ์กว่า 100 คนจำต้องเสียชีวิตเมื่อปี 1989 ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับประเด็นการเมือง กับจุดหมายเพื่อฆ่า เซซาร์ กาวิเรีย ผู้สมัครผู้นำโคลอมเบียจากพรรคลัทธิเสรีนิยม แล้วก็มีนโยบายกำจัดกลุ่มสิ่งเสพติดเพียงแค่นั้น แล้วก็ที่น่าสังเวชเป็น กาวิเรีย จุดหมายสำหรับเพื่อการฆ่ามิได้อยู่บนเรือบินในวันนั้น

รัฐบาลโคลอมเบียไม่มีวันเลือกเพราะเหตุว่าประชากรทั่วประเทศรวมทั้งต่างชาติเร่งเร้าให้พวกเขาจับกุม เอสวัวบาร์ มาเอาผิดให้ได้ เพราะเหตุว่าขณะเดียวกันนั้น เอสวัวบาร์ ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่า หฝ่าส์ คาร์ลอส กาลัน ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้นำที่มีนโยบายล้างบางสิ่งเสพติดด้วยด้วยเหมือนกัน ก็เลยทำให้รัฐบาลโคลอมเบีย (ซึ่งขบขันร้ายเกิดขึ้นเมื่อผู้นำประเทศตอนนั้นก็คือ เซซาร์ กาวิเรีย ผู้เคยกลายเป็นเป้าฆ่า) กับ เอสวัวบาร์ จำเป็นต้องเปิดโต๊ะสนทนา ซึ่งสำเร็จออกมาว่า ราชาสิ่งเสพติดจะยอมติดตะราง แม้กระนั้นเรือนจำนั้นควรจะเป็นเรือนจำที่เขาผลิตขึ้นมาเอง

Like and Shared
Tags : , , , , ,
แสดงความคิดเห็น
บทความที่น่าสนใจ