มิโน ไรโอลา : เคล็ดลับการเจรจาให้ได้เปรียบ

07/11/2019 Admin Official 146 views

ในตอนหลายปีก่อน ชื่อของซูเปอร์เอเยนต์อย่าง มิโน ไรโอลา ได้แปลงเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น จากการเป็นเอเยนต์ผู้มีอิทธิพลลำดับหนึ่งของโลก รวมทั้งมีนักเตะมีชื่อในสังกัดมากมายก่ายกอง ทั้งยัง ปอล ป็อกบา หรือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

มิโน ไรโอลา

ในเวลาเดียวกันเขาก็ถูกดูเป็นตัวร้ายของแวดวงลูกหนัง ที่รอดูดเลือดดูดเนื้อจากนักฟุตบอล และก็ตัวยุ่งสำหรับสมาพันธ์และก็หน่วยงานบอล จนกระทั่งขั้นเคยถูกแบนชั่วครั้งคราวจากสมาพันธ์บอลอิตาลีแล้วก็สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติมาแล้ว

ความจริงชีวิตของไรโอลา มิได้ยุ่งเกี่ยวกับบอลมาแต่กำเนิด เขาเป็นเพียงแค่ลูกชายของเถ้าแก่พิซซาในเมืองฮาร์เลมของ ฮอลล์แลนด์ บิดาของเขาเป็นผู้ลี้ภัยชาวอิตาลีที่ย้ายถิ่นมาอยู่ดินแดนกังหันลมตั้งแต่ปี 1968 โดยเปิดร้านที่ชื่อว่า ทุ่งนาโปลี

แล้วก็ที่ร้านค้าที่นี้ก็เปลี่ยนเป็นจุดเริ่มแรกของการเป็นนักพูดจาของเขา เนื่องจากว่าเขาเป็นลูกชายคนโต ทำให้เขาได้ได้โอกาสช่วยงานของบิดาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ล้างถ้วยชาม เสิร์ฟของกิน ไปจนกระทั่งช่วยติดต่อทางด้านธุรกิจ

“บิดาของผมย้ายจากอิตาลีมาฮอลแลนด์ในปี 1968 รวมทั้งเปิดร้านของกินร้านค้าแรก สุดท้ายเขามี 25 ร้านค้า ครอบครัวของผมทำงานมากเสมอ มันก็เลยคือเรื่องธรรดาที่ผมจำเป็นต้องช่วย” ไรโอลากล่าวกับ 11 Freunde แมกกาซีนชนชาติเยอรมัน

“ผมเป็นลูกชายคนโต ภาษาชาวดัตช์ของผมดียิ่งกว่าบิดา ผมก็เลยเปลี่ยนเป็นที่ปรึกษาของเขา รวมถึงข้างจัดซื้อ และก็ผู้จัดการ การเจรจาต่อรองและก็จัดระบบ เป็น สิ่งที่ผมถนัด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำ ผมทำความเข้าใจมาจากห้องอาหารทั้งหมด”

ในเวลาเดียวกัน ร้านค้าพิซซาของบิดา ก็เป็นคนชักนำเขาสู่แวดวงบอล เมื่อประธานสมาคม ฮาร์เลม เอฟซี (เดี๋ยวนี้ยุบกลุ่มแล้ว) ชมรมในเขตแดน ที่เป็นลูกค้าขาประจำของร้านค้า มองเห็นแวว รวมทั้งเชื้อเชิญไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการข้างเคล็ดวิธีของสมาพันธ์

ตอนแรกไรโอลา เป็นนักฟุตบอลที่มีฝีเท้าพอสมควรในยุคเด็กๆรวมทั้งเคยลงเล่นให้กับกลุ่มเขตแดน แต่ว่าก็เลิกเล่นตอนอายุ 18 และก็หันเหไปเรียนทางกฎหมาย แม้กระนั้นถึงอย่างงั้น ความรักในบอลเขาก็มิได้หายไป ทำให้เมื่อประธานชมรมมาเชิญไปดำเนินการด้วย เขาก็ตอบตกลงอย่างง่ายๆ

“ประธานสมาคมฮาร์เลม มารับประทานของกินที่ร้านค้าของพวกเราแต่ละวันวันศุกร์” ไรโอลาย้อนเรื่องในอดีตในบทสัมภาษณ์กับ Il Secolo XIX เมื่อปี 2011

“ผมบอกกับเขามาตลอดว่าผมไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับบอลเลย วันหนึ่งเขาพาผมไปภายนอก แล้วก็กล่าวว่า ‘ฟังนะ ทดลองทำมอง’ แล้วต่อจากนั้นเขาก็ตั้งผมเป็นผู้อำนวยการข้างแนวทาง”

แต่ว่าไรโอลา ก็อยู่กับกลุ่มได้ไม่นาน และก็ลาออกจากกลุ่มไปอย่างเร็ว แต่ว่าโน่นก็ทำให้เขาได้กลับมาดำเนินการที่ อินเตอร์เมซโซ บริษัทของเขาเองที่เปิดไว้ตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งที่ ฮาร์เลม โดยเป็นบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลบริษัทชนชาติเนเธอร์แลนด์ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจในอิตาลี

แล้วก็ในปี 1992 บริษัทอินเตอร์เมซโซ ได้มีหน้าที่สำคัญสำหรับการพา ไบรอัน รอย ปีกดาวรุ่งของ อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ย้ายไปเล่นกับ ฟอจเจีย ในอิตาลี ผลงานนี้ทำให้ รอบ แยนเซน เอเยนต์คนที่ใครๆก็รู้จักของเนเธอร์แลนด์ ดึงตัวไปช่วยงานที่บริษัท สปอร์ต โปรโมชั่น

ตรงนั้นเขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในดีลของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ที่ย้ายจาก อาหยักซ์ ไป อินเตอร์ มิลาน ในปี 1993 รวมถึงการย้ายกลุ่มของ วิม ยองค์ ที่ไปอยู่กับพวกพ้อง เนรัซซูรี ด้วยเหมือนกัน สิ่งนี้ทำให้เขาเริ่มมีตัวตนในเซเรียอา และก็ทำให้เจ้าตัวตกลงใจลาออกจาก สปอร์ตโปรโมชั่น มาตั้งบริษัทตนเองอีกที

ไรโอลา นับว่าเป็นผู้ที่มีหัวกิจการค้า ในยุคที่เป็นวัยรุ่น เขาเคยซื้อร้านค้าแม็คโดนัลด์ ก่อนที่จะขายต่อให้นักปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ จนได้ผลกำไรมาก่อน และก็เขาเองก็ทำอย่างงี้กับนักฟุตบอลในสังกัดของเขาเช่นเดียวกัน

เขาชอบเดินทางไปทั่วยุโรป เพื่อเสาะหานักฟุตบอลฝีเท้าดีอายุน้อย ที่มีแววจะปรับปรุงฝีเท้าขึ้นมาเป็นสตาร์ดังในอนาคตอยู่ตลอด ก่อนที่จะเสนอตัวเข้าไปเป็นผู้แทนดูแลผลตอบแทนให้แก่นักเตะพวกนั้น

อย่างไรก็ตาม ไรโอลา มิได้เพียงแค่เข้าไปดูแลผลตอบแทนแค่นั้น เขายังกระตุ้นให้นักฟุตบอลปรับปรุงฝีเท้า เพื่อเพิ่มค่าให้กับตนเอง เช่นเดียวกับกรณีของ พาเวล เนดเวด ปีกชาวเช็กที่เขาเป็นคนพาช้างเผือกรายนี้มาให้โลกได้ทราบจะ

ในตอนแรกเขาถูก ซเดเน็ค ซีแมน ผู้ฝึกสอนของ ลาสิโอ เวลานี้ ให้ช่วยหานักฟุตบอลฝีเท้าดีมาสักคน แต่ว่าคุณลักษณะที่ผู้จัดการทีมชาวเช็กอยากได้ มันแทบเป็นได้ แม้กระนั้นไม่นานเขาก็ไปพบนักฟุตบอลรายหนึ่ง ที่กำลังเล่นให้กับ สปาร์ตา ปราก กลุ่มในบ้านกำเนิดของผู้จัดการทีมฟุตบอลอินทรีฟ้าขาว

“นักเตะที่คุณอยากได้ไม่มีหรอก มันเพอร์เฟ็คเกินความจำเป็นแล้ว วิ่ง 17 กิโลต่อเกม เลี้ยงเสมือนมาราโดนา และก็ฝึกหัดหนักกว่าที่คุณจะจินตนาการได้” ไรโอลาบอกกับซีแมน

เนดเวด แทบจะมิได้มีอะไรอย่างที่ซีแมนอยากได้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เขามีเป็นความจริงจังสำหรับการฝึกฝน เขาฝึกซ้อมตนเองอย่างมากที่สมาคมเช่นเดียวกันกับเป็นของกินที่จะต้องกินวันละ 3 มื้อ แถมกลับมาบ้านก็ยังฝึกหัดต่อที่สนามหญ้าหลังบ้าน

แล้วก็ในปี 1996 ความมานะบากบั่นของ ไรโอลา ก็บรรลุวัตถุประสงค์ เมื่อเขาพาเนดเวดไปเล่นให้ลาสิโอได้เสร็จ ด้วยค่าจ้าง 1.2 ล้านปอนด์ ก่อนที่จะปีกชาวเช็กจะแปลงเป็นนักฟุตบอลระดับนานาชาติ รวมทั้งก้าวขึ้นไปเอารางวัลบัลลงดอร์ในปี 2003

“พาเวล เนดเวด เป็นพวกสุดขั้ว อย่างเดียวที่เขาคิดเกี่ยวกับตัวเขา เป็นเขาไม่สามารถที่จะเล่นบอลได้ แต่ว่าเขาสามารถฝึกหัดหนักได้กว่าผู้อื่น” ไรโอลากล่าวกับ Finalcial Times

เหมือนกันกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าระดับตำนานของประเทศสวีเดน ที่โดนไรโอลา สั่งให้ขายรถยนต์ ขายนาฬิกา หากจะให้เขามาเป็นเอเยนต์ พร้อมให้ฝึกฝนอย่างมากวันละ 3 เวลาเพื่อตนเองเป็นนักฟุตบอลที่ดีมากกว่าที่เป็นอยู่

“สิ่งที่เขารอซ้ำเติมก็คือ ‘นายมิได้มีดีอะไรเลย’ แนวทางของเขาทำให้ผมแปลงทัศนคติ รวมทั้งผมก็เปลี่ยนแปลงได้จริงๆเขาเก่งประเด็นนี้สุดๆเลย” อิบราฮิโมวิช รายงานในหนังสือ I am Zlatan อัตประวัติส่วนตัวของเขา

แน่ๆว่า เมื่อนักฟุตบอลของตนมีคุณภาพจริง ก็ทำให้ ไรโอลา สามารถต่อรอง หรือเรียกราคาได้อย่างเหมาะควร ก็เลยเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุไร นักฟุตบอลที่ผ่านการดีลจากเขาก็เลยราคาแพงที่สูง เพราะว่าผ่านการคัดเลือกกรองมาจากเขาว่า “ดีจัง”

นอกเหนือจากนี้เขายังเป็นผู้ที่บากบั่นรักษาภาพลักษณ์นักฟุตบอล และก็พร้อมจะเปิดศึกกับผู้ที่มาวิภาควิจารณ์นักฟุตบอลในสังกัดของเขา เจ้าตัวเคยฉะกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ข้างหลังไม่ยินยอมใช้งาน ซลาตัน ยุคเล่นกับ บาร์เซโลน่า และก็ปัจจุบันเขาเพิ่งทำศึกทำสงครามน้ำลายกับ พอล สวัวลส์ จากในกรณีที่ตำนาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความเห็นว่า ป็อกบา ไม่เหมาะสมกับการเป็นกัปตันกลุ่ม

“คนบางบุคคลจำเป็นต้องออกมาทำ เพราะเหตุว่ากลัวที่จะถูกลืม ถึงแม้ว่าจะ วินสตัน เชอร์ชิล (สมัยก่อนนายกรัฐมนตรี อังกฤษ) จะยืนอยู่ พอล สวัวลส์ ก็อาจไม่เคยรู้ว่าหัวหน้าอยู่ข้างหน้าเขา” ไรโอลา แถลงการณ์ในทวิตเตอร์

“เขาควรจะมาเป็นผู้อำนวยการกีฬา แล้วก็บอกให้ วูดเวิร์ด ขาย ป็อกบา ผมอาจนอนไม่หลับ ด้วยเหตุว่าจำต้องรับโทรศัพท์จากกลุ่มที่ขอซื้อป็อกบา”

มิโน ไรโอลา ถือไพ่เหนือกว่าเสมอ

มิโน ไรโอลา

หากว่าไรโอลา จะเรียกได้เต็มปากว่าเขาเป็นมหาเศรษฐี ข้างหลังรั้งอยู่ในชั้น 5 เอเยนต์นักกีฬาที่ร่ำรวยที่สุดในปี 2019 จากการจัดชั้นของ วารสาร Forbes ด้วยค่าคอมไม่ชชัน 70.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ราว 1,300 ล้านบาท) แม้กระนั้นเขามักปรากฎกายในเสื้อยืดกางเกงยีนส์อยู่เป็นประจำ

อย่างไรก็แล้วแต่ มันไม่ใช่เนื่องจากว่าเขาไม่มีข้างดูแลภาพลักษณ์ ไหมถูกใจแต่งตัว กลับเป็นความตั้งมั่นของไรโอลา เขาออกสตาร์ทเสมอว่าเป็นพวกเกลียดชังใส่สูทเสมือนนักธุรกิจทั่วๆไป เพื่อคู่สนทนาของเขาหลงเชื่อ

“ในตอนแรก ทุกคนจะประเมินเขาต่ำเหลือเกินจากขั้นตอนการแต่งตัวของเขา” วิลเลียม วิสเซอร์ส คนเขียนจาก De Volkskrant กล่าวกับ AFP

ในวันที่เขานัดพบกับ อิบราฮิโมวิช เป็นครั้งแรก กองหน้าชาวประเทศสวีเดน สวมสูทไปพบเขาที่ห้องอาหารประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในกรุงอัมเตอร์สดัม และก็จำเป็นต้องสะดุ้ง เมื่อเจอกับไรโอลา ในภาวะที่เกินคาด

“เขามาในชุดกางเกงยีนส์แล้วก็เสื้อยืดไนกี้ แถมยังพุงพลุ้ย เช่นเดียวกับชายที่ออกมาจากเรื่อง เดอะ โซปราโน” ซลาตัน รายงานในหนังสือ I Am Zlatan

นอกนั้น เขายังเพียรพยายามคุมเกมด้วยแนวทางการทำให้ตนเองถือไพ่เหนือกว่าอยู่เป็นประจำ ทั้งไม่เคยหวาดกลัว สำหรับเพื่อการต่อรอง รวมทั้งพร้อมจะล้มโต๊ะตลอดเวลาถ้ามิได้รับข้อเสนอที่สมควรอย่างที่เขาคิดไว้

กาลครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นผู้แทนของ โรดี เทอร์ปิน นักฟุตบอลของอาหยักซ์ ที่จะย้ายไปร่วมกลุ่ม เด กราชาฟ พวกเขานัดพบประธานสมาพันธ์กราชาฟที่เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งชิดกับมอเตอร์เวย์ ภายหลังจากได้เจอ ประธานเขียนจำนวนรายได้ที่นักฟุตบอลของเขาจะได้รับ มันเป็นเงินที่สูงกว่าในขณะที่ถึงที่กะไว้อาหยักซ์ แล้วก็ กราชาฟ ก็เป็นสมาคมเดียวที่พอใจเทอร์ปินในขณะนี้

แต่ว่าไรโอลาตอบกลับมาว่า “คุณทราบหรือไม่ว่าเขาได้เงินเยอะแค่ไหนที่อาหยักซ์? นี่ไม่ใช่ข้อเสนอแนะที่มองเอาจริงเอาจังเลย ไปกันเหอะ โรดี พวกเรากำลังจะเสียเวล่ำเวลา” ต่อจากนั้นเขาก็ยืนขึ้นแล้วก็ตระเตรียมจะออกไป แต่ว่าประธานรั้งเอาไว้ ในอีก 20 นาทีถัดมา เขาได้ต่อรองข้อตกลงใหม่ รวมถึงโบนัสที่มากเกินกว่าจะจินตนาการได้

“มันสูงถึงขนาดค้ำประกันอนาคตของผม ไม่ใช่แค่ 4 ปีที่เล่นให้ เด กราชาฟ แต่ว่าตลอดชาติที่เหลืออยู่ของผมก็ว่าได้” เทอร์ปินกล่าวในบทความ “Thank You, Mino”

หรือกรณีของ ลูเซียโน มอจจี ผู้อำนวยการข้างเคล็ดวิธีของยูเวนตุๆส ที่แม้ว่าจะเป็นคู่พิพาทมาตั้งแต่อดีตกาล แต่ว่าก็สามารถทำให้มีอาการชายคนนี้จำเป็นต้องกลับมาขอคืนดี ในระหว่างที่ขอซื้อตัว เนดเวด จาก ลาสิโอ ไปเล่นให้กับยูเวนเหม็นตุสในปี 2001

ความไม่ถูกกันของพวกเขา จะต้องย้อนกลับไปในตอนต้นทศวรรษที่ 90 ในยุคที่มอจจี ยังอยู่ที่โตริโน เมื่อ ไรโอลา ถูกมอจจีปลดปล่อยให้คอยโดยไม่ออกมาเจอ แถมเมื่อไปพบที่ห้องอาหาร ยังข่มขู่ว่าจะมีผลให้ไรโอลา ไม่สามารถที่จะขายนักฟุตบอลในอิตาลีได้อีก

จนถึงทั้งสองจำต้องมาพบกันอีกรอบ ในขณะที่ยูเวนตุๆสอยากจับตัวได้เนดเวดไปแทน ซีเนดีน ซีดาน ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด มอจจี ต่อสายไปพบโรโอลา แล้วก็นัดเจอกันที่ร้านค้าแหงหนึ่งในฟลอเรนซ์ ซึ่งคราวนี้ไรโอลายื่นคำขาด แม้ไม่มาด้านใน 15 นาที เขาจะไม่รอคอย และก็ค่าจ้างจะมากขึ้นเป็นสองเท่า

แล้วก็คราวนั้นมอจจี ก็ยังไม่มาตามนัด รวมทั้งไรโอลาก็ไม่รอคอยจริงๆแม้กระนั้นเนื่องจากว่ายูเวนเหม็นตุสอยากได้เนดเวด ก็เลยติดต่อเข้ามาใหม่อีกที รวมทั้งคราวนี้ก็แปลงเป็น ไรโอลา ที่เป็นข้างคุมเกม

“ผมต้องการให้พาเวลได้เงินมากยิ่งกว่า ซีเนดีน ซีดานที่ เรอัล มาดริด” ไรโอลา บอกกับ มอจจี

“พวกเขากล่าวว่า ‘เอาละ พวกเราจะให้ท่าน X’ แต่ว่าผมบอกเขาว่า ‘ผมเปลี่ยนความคิดแล้ว ผมไม่ได้อยากต้องการได้ X ผมอยากได้ Y’ ‘คุณบ้าหรือไม่’ พวกเขาตอบ แล้วก็การรบก็เริ่มขึ้น” ไรโอลาย้อนเรื่องในอดีต

ต่อจากนั้น ไรโอลา ก็ทิ้งข้อเสนอแนะไว้กับมอจจี ก่อนที่จะเช้าตรู่วันถัดมามันจะได้รับการตอบกลับ และก็สุดท้าย เนดเวด ก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ ยูเวนเหม็นตุส ด้วยค่าจ้างที่สูงถึง 75,000 ล้านลีร์ หรือราว 38.7 ล้านยูโรในขณะนี้ (1,300 ล้านบาท)

หรือในเคสของ ปอล ป็อกบา ในยุคที่เป็นดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปีในที่สุดของคำสัญญา เขาเข้าไปพูดจากับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยตรง รวมทั้งมีความคิดว่าค่าจ้างที่ได้รับไม่พอ และไม่ยอมเซ็นสัญญา

ในที่สุดการสนทนาก็หยุดลง แล้วก็ ป็อกบา ก็ย้ายไปเล่นให้ ยูเวนเหม็นตุส โดยไร้คุณค่าตัว ซึ่งทำให้เฟอร์กูสันโกรธไรโอลามาก ถึงขั้นเอ่ยชื่อออกมาว่าเป็นผู้ที่เขาเกลียด

TS911 แทงบอลออนไลน์ และ คาสิโนออนไลน์ ที่มีมาตรฐานระดับโลกและได้รับความนิยมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา สมัคร วันนี้รับเครดิตฟรี!!! มูลค่าสูงสุด 1,500 บาท ศูนย์กลางเว็บแทงบอลที่ดีที่สุดอันดับ 1

Like and Shared
Tags : , , , , ,
แสดงความคิดเห็น
บทความที่น่าสนใจ