ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ : ปรัชญาขับเคลื่อนโลกฟุตบอล

19/10/2019 Admin Official 180 views

ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ : ปรัชญาขับเคลื่อนโลกฟุตบอล

ดร.เกษม เพ็ญภินันท์

ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ หัวหน้าคุณครูสาขาวิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย ผู้ติดตามกีฬาบอลอย่างเอาจริงเอาจัง มายาวนานกว่า 30 ปี รวมถึงเป็นแฟนตัวยงของศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แล้วก็สมาพันธ์หงส์แดง ที่จะมาชี้แจงให้ฟังว่า ตามที่เป็นจริงแล้วปรัชญาเป็นยังไง ? มีหน้าที่แค่ไหน ต่อกีฬามหาชนขวัญใจของคนทั่วทั้งโลก

ปรัชญาเป็นกิจกรรมทางความนึกคิด เป็นกิจกรรมที่ปรับปรุง ความสามารถความนึกคิดของคนเรา ผ่านหัวข้อ หรือรายละเอียดต่างๆด้วยการตั้งปัญหาเพื่อสืบเสาะหาคำตอบ ค้นหาวิชาความรู้ แล้วก็ความรู้ความเข้าใจให้กับตนเอง และก็นำเอาวิชาความรู้พวกนั้นที่ได้รับ เอามาเป็นบรรทัดฐาน เป็นหลักความนึกคิด ไปประยุกต์ในชีวิตประจำวัน

เนื่องจากว่าปรัชญา เป็นกิจกรรมทางความนึกคิด เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของคนเรา เมื่อมีหัวข้อต่างๆเกิดขึ้น ปรัชญาก็เลยเข้ามา เป็นอุปกรณ์ตัวกลาง ที่ใช้ค้นหาคำตอบทางความนึกคิด ให้กับมนุษย์ เนื่องจากโดยเนื้อแท้ของกีฬา กีฬาเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตน ความเป็นคนออกมา ทั้งยังในเรื่องของร่างกาย อารมณ์ รวมทั้งความนึกคิด

สำหรับผม ผมมิได้คิดว่า ในกีฬามีความปรัชญาอยู่ในตนเอง แต่ว่ามนุษย์ตั้งปัญหา ลงไปในกีฬา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของกีฬา ให้ตอบปัญหาโลกที่แปรไป สำหรับผม VAR เกิดขึ้นมาจากความจำเป็นของคนเรา ที่ต้องการมองเห็นกีฬาบอล มีความเที่ยงธรรมเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคือเรื่องธรรดา เพราะเหตุว่าในสังคมชีวิตจริง มนุษย์ปรารถนามองเห็นสังคมที่เสมอภาค

VAR เป็นเทคโนโลยี ที่เข้ามาตอบปัญหา เรื่องของความเที่ยงธรรม ที่แฟนบอลต้องการจะมองเห็น มานะตั้งข้อซักถามโดยตลอด หลายๆคนบางทีอาจจะคิดว่า VAR เข้ามา ทำให้เกมบอลบันเทิงใจลดน้อยลง อารมณ์ร่วมกับเกมหายไป แม้กระนั้นผมไม่เห็นพ้องกับความนึกคิดนี้

คุณจะมีความเห็นว่า ในตอนสมัย 60’s-70’s ต้นแบบการเล่นที่สำคัญของบอลเป็น 4-2-4 ซึ่งถูกปรับปรุงสูงสุด โดยกลุ่มชาติบราซิล ปี 1970

ต่อไป บอลเบาๆแปลง ปรับปรุงต้นแบบการเล่น แปลงเป็น 4-3-3 เป็น 4-4-2 เป็น 3-5-2 หรือในตอนนี้ บอลถูกปรับปรุงเป็นการเล่น 4-6-0 การเล่นแบบไม่มีกองหน้า

สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านการพัฒนาแทคติคบอล เป็นภาพสะท้อน ของการตั้งข้อซักถาม การพยายามปรับปรุงแบบอย่างการเล่น เพื่อเอาชนะแบบอย่างการเล่นอีกแบบหนึ่ง ทำให้บอลปรับปรุงไปด้านหน้าอย่างไม่เคยอยู่นิ่ง

สำหรับผม การพัฒนาแทคติค ในแต่ละช่วง เป็นการพัฒนาประสิทธิภาพของนักเตะ ทั้งยังเรื่องของแนวทางรวมทั้งกำลัง ผ่านการผลิตแทคติค ของผู้ฝึกสอนแต่ละคน ซึ่งมันมีความเป็นปรัชญาอยู่ในนั้น

การตั้งปัญหา ทำให้พวกเรามองเห็น การต่อสู้ระหว่างแทคติค สองแบบอย่างที่แตกต่าง เพื่อหาวิธีเอาชนะ เพราะเหตุไรบอลแบบ Tiki-Taka (ต่อบอลสั้น,ครอบครองบอล) ของเป็ป กวาดิโอลาร์ ถึงจำเป็นต้องต่อสู้กับบอล Direct ที่ใช้การเปิดบอลยาวตอบโต้กลับด้วยความเร็วสูง แปลงรับเป็นรุกให้เร็วที่สุด หรือการต่อสู้ระหว่าง กลุ่มบอลโยนยาว กับ กลุ่มที่เล่นบอล Pressing (วิ่งบีบพื้นที่บีบคั้นคู่ต่อสู้) ฯลฯ

ด้วยเหตุว่ากีฬาอย่างบอล อยู่ใต้เบื้องต้นแนวความคิดแบบการรบ จุดหมายสูงสุดเป็น การเอาชนะ แต่ว่าในอีกด้านหนึ่ง บอลไม่ใช่การศึก มันเป็นการต่อสู้ภายใต้กฎข้อตกลง ที่เป็นข้อกำหนดไว้ ทำให้พวกเรามองเห็นเสน่ห์แล้วก็ความงดงาม ของกีฬาบอลบนสนามแข่ง

ผู้ฝึกสอนที่ดีควรมีแทคติก มีแนวความคิดเป็นของตนเองที่แจ่มชัด ไม่ใช่ว่า แปลงแทคติกของตนเองไปเรื่อยแม้กระนั้นผู้ฝึกสอนที่ดี จำต้องสามารถปรับใช้ทรัพยากรนักฟุตบอล ที่มีอยู่ในกลุ่มให้ออกมาเจริญที่สุด

ผมยกตัวอย่าง ผู้ฝึกสอนสองผู้ที่ผมเห็นว่า มีความเป็นนักปรัชญาอยู่ในตัว คนแรกเป็น โชเซ มูรินโญ อีกคนเป็น เป็ป กวาดิโอลาร์

สำหรับผม มูรินโญ เป็นหนึ่งในผู้ที่ปฏิรูปโลกบอล เขาเป็นคนแรกที่เข้ามาทำทีมในอังกฤษ ด้วยการถามสำหรับเพื่อการเอาชนะ จากปัญหาที่ว่า “ทำอย่างไม่ให้กลุ่มเสียประตู” ไม่ใช่ “ทำยังไงให้กลุ่มยิงได้มากที่สุด”

เมื่อไม่เสียประตู มูรินโญก็เลยคิดต่อถึงกระบวนการทำประตู แทคติคของเขาก็เลยไม่ได้อยากทำประตูมากมาย แม้กระนั้นปรารถนาการจบสกอร์ที่เด็ดขาด ใช้จังหวะได้อย่างเฉียบคม แล้วก็ทำลายเกมรับคู่อริได้ในพริบตา

นี่เป็นเหตุผลว่า เพราะเหตุไรดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นกองหน้าที่เพอร์เฟ็คที่สุดกับแทคติคของมูรินโญ เพราะเหตุว่าดร็อกบา ไม่ใช่กองหน้าที่ทำแต้มได้สิ่งเดียว แต่ว่าสามารถทำลายเกมรับของคู่ปรปักษ์ได้ แม้กระทั้งในขณะที่มูรินโญ กลับมาคุมเชลซีรอบลำดับที่สอง เขาก็ซื้อกองหน้าอย่าง ดีเอโก คอสตา เพื่อเข้ามาตอบปัญหาที่ตรงนี้

เพราะเหตุไรมูรินโญ ถึงจำต้องสร้างแทคติคแบบงี้ เนื่องจากว่าในอังกฤษเวลานั้น ไม่มีกลุ่มไหนไปถึงเป้าหมาย ด้วยแทคติกแบบงี้มาก่อน ดูเหมือนจะทุกกลุ่มพอใจแทคติคเกมรุก ไม่ว่าจะเป็นบอลบุกเร็ว แบบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือบอลเขยื้อนสวย แบบอาร์เซนอล

มูรินโญ ทำให้เกิดความปั่นป่วน ให้กับโลกบอล ทำให้เค้าโครงความคิดด้านแทคติกบอลพังทลาย ซึ่งมาจากแนวความคิดของเขาที่ไม่เหมือนกันกับคนอื่นๆ

ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ มีความคิดยังไงกับ เป็ป กวาดิโอลาร์

ดร.เกษม เพ็ญภินันท์

เป็ปในความนึกคิดผม ผมคิดว่าเหตุผลที่เขาบากบั่น ให้กลุ่มครอบครองบอลสูงที่สุด มิได้มาจากเหตุผลเรื่องเกมรุก แต่ว่ามาจากเหตุผลด้านเกมรับ เป็ป มีความคิดที่กระจ่างแจ้งว่า ถ้าเกิดกลุ่มครอบครองเขาครอบครองบอลได้มากเท่าใด จังหวะเสียประตูก็มีน้อยมากเพียงแค่นั้น

ยกตัวอย่าง เป็ป กวาดิโอลาร์ เป็น แบบอย่างที่แน่ชัด ทุกครั้งมก่อนหน้าที่เป็ปเข้าไปคุมจะเล่นบอลอีกแบบหนึ่ง เมื่อเป็ปเข้าไปคุมกลุ่ม รูปการเล่นของกลุ่มจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

จุดนี้ ทำให้พวกเรามองเห็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ของโลกบอล ที่นักฟุตบอลบางบุคคลฝีเท้าดี แต่ว่าไม่มีตำแหน่งให้เล่นในกลุ่ม ด้วยเหตุว่าไม่เข้าระบบการเล่นของผู้ฝึกสอน

มีแน่ๆ ผมเห็นว่ากลุ่มบอลที่ดี ควรจะมีปรัชญาที่แจ้งชัดในตนเอง เอ่ยถึงชื่อกลุ่มขึ้นมา ภาพแบบการเล่น จะต้องขึ้นมาในทันที อาทิเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, หงส์แดง ล้วนเป็นที่มีบอล ที่มี DNA เกมรุก ตอนที่เชลซี เป็นกลุ่มที่มี DNA จากเกมรับ

ยกตัวอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด บรรลุความสำเร็จอย่างยิ่ง ด้วยบอลเกมรุกของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน แต่ว่าจากนั้นก็ล้มเหลว ด้วยเหตุว่าการเข้ามาของผู้ฝึกสอน ที่มานะสร้างกลุ่ม ด้วยการเน้นเกมรับ ทั้งยัง เดวิด มอยส์ หรือ มูรินโญ ต่อให้ หฝ่าส์ ฟาน กัล

ในทางตรงกันข้ามเชลซี ไปด้วยงามกับผู้ฝึกสอนเกมรับ ตั้งแต่มูรินโญ หรือการเข้ามาของผู้ฝึกสอนชาวอิตาลี ทั้งยัง คาร์โล อันเชล็อตว่ากล่าว, โรกางร์โต ดิ มัตตำหนิโอ, อันโตนิโอ คอนเต้ หรือ เมาริสิโอ ซาร์รี คุณจะมีความรู้สึกว่า เมื่อผู้ฝึกสอนกลุ่มนี้มาคุมเชลซี ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมองไหลลื่นมากมาย

สำหรับผม ปรัชญาการเล่นของแต่ละสมาพันธ์ บอลมันเป็นสปิริตกลุ่มรวมทั้งขนบของกลุ่ม บางครั้งบางคราวมสร้างต้นแบบการเล่น ตกทอดปรัชญาของกลุ่มเป็นหลายสิบปี การเล่นบอลในแบบอย่างอื่น นำไปสู่ความฝ่าฝืนบางสิ่งบางอย่าง ความไม่เป็นตัวเอง ที่สามารถรับทราบได้จากแฟนบอล

คุณจะมองเห็นได้ว่า แฟนบอลของแมนยู หรือหงส์แดง ไม่ชอบใจแน่ๆ เวลาเห็นทีมตนเองเล่นบอลเกมรับ เพราะเหตุว่ามันไม่ใช่แบบอย่างการเล่น ตามปรัชญาของสมาคม

เพียงแค่วิธีการทำแบบงั้น สำหรับผมจัดว่ามีการเสี่ยงสูง อย่างที่ผมบอก กลุ่มบางคราวม สร้างปรัชญาบอล มาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งมิได้มีสาเหตุจาก แทคติคบอลเพียงอย่างเดียว แม้กระนั้นมาจากสิ่งแวดล้อมของกลุ่มด้วยเช่นเดียวกัน

ผมยกตัวอย่างว่า เพราะเหตุไรแมนฯ ยูไนเต็ด กับหงส์แดง ถึงจำต้องเล่นเกมรุก เนื่องจากว่าพวกเขามีฐานแฟนบอล เป็นชนชั้นแรงงาน บอลเกมรุก มองสนุกสนาน เป็นสิ่งที่กลุ่มจำต้องเล่น เพื่อล่อใจแฟนบอลเข้าสนาม สร้างฐานรากของกลุ่มให้แกร่ง

แฟนบอลนับว่าเป็นหัวใจหลัก สำหรับในการสร้างปรัชญา สร้างฐานะตนให้กับชมรม แฟนบอลเป็นสิ่งที่ทำให้สมาคมบอล มีชีวิต มีจิตวิญญาณ มีขนบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของชมรม

ผมก็เลยไม่ชอบใจทุกหน ที่มองเห็นสมาพันธ์บอลไทย ย้ายสนาม ย้ายฐานที่ตั้งของกลุ่ม เพราะเหตุว่าเป็นการทำลายตัวตนของสมาพันธ์ ที่ถูกผลิตขึ้นผ่านแฟนบอล ผ่านชุมชนที่อยู่รอบข้างของชมรม

TS911 เว็บพนันกีฬาที่ดีที่สุดในปี 2019-2020 สมัครวันนี้รับฟรีเครดิตสูงสุด 1,500 บาท

Like and Shared
Tags : , , , , ,
แสดงความคิดเห็น
บทความที่น่าสนใจ